เรียนรู้และฝึกฝนการเชื่อมโลหะจาก ช่างเชื่อม (Welder) ทีมงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

กระบวนการคัดสรรค์ทรัพยากรบุคคลในตำแหน่งงาน ช่างเชื่อม (Welder) ที่ใช้แหล่งจ่ายกระแสไฟฟ้า เชื่อมชิ้นงานหรือรอยต่อของชิ้นงานวางอยู่ในระดับเดียวกันกับพื้นราบ เป็นท่าเชื่อมที่นิยมใช้กันมากเพราะเชื่อมได้ง่ายกว่า ในการสร้างอาร์คระหว่างอิเล็กโทรดกับชิ้นงานโลหะที่จะเชื่อม กระบวนการเชื่อมอาร์คนี้สามารถแบ่งแยกย่อย ตำแหน่งท่าเชื่อมอื่น ได้งานเชื่อมที่มีประสิทธิภาพงานสูง มีความสะดวกรวดเร็ว ไม่มีปัญหาเรื่องแรงโน้มถ่วง ได้อีกหลายกระบวนการ ซึ่งแต่ละกระบวนการมีลักษณะแตกต่างกัน เนื่องจากมีปัญหาจากแรงโน้มถ่วงของโลก ทำให้แนวเชื่อมไหลย้อยลงสู่พื้น การกระแสไฟฟ้าที่ใช้มีการใช้ทั้งกระแสตรงและกระแสสลับ นิยมใช้เชื่อมมาก เกิดการซึมลึกดี เหมาะกับชิ้นงานหนาขนาดตั้งแต่ 1/4 นิ้วขึ้นไป อิเล็กโทรดที่ใช้มีทั้งแบบสิ้นเปลือง ช่างเชื่อม (Welder) เหมาะสมกับงานเชื่อมโลหะแผ่นบาง ความหนาไม่เกิน 3/16 นิ้ว สามารถเชื่อมได้รวดเร็ว และไม่สิ้นเปลืองแนวเชื่อมอาจมีการปกคลุมด้วยแก๊สปกคลุม ช่างเชื่อมจะต้องควบคุมน้ำโลหะหลอมเหลวของแนวเชื่อมให้ได้เพื่อไม่ให้ย้อยลง ที่มีคุณสมบัติเฉื่อยหรือกึ่งเฉื่อย หรืออาจปกคลุมด้วยวัสดุอื่นๆ มุมลวดเชื่อมควรอยู่ต่ำจากแนวระดับประมาณ 10-20 องศา และมุมที่ทำกับทิศทางการเชื่อมประมาณ 20 องศา

จุดประสงค์ของการเรียนรู้งาน ช่างเชื่อม (Welder) มีกี่ประเภท

1. ช่างเชื่อม (Welder) ด้วยเหล็กกล้า (Steel) การเชื่อมแบบหลอมละลาย หรือการจับยึดชิ้นงานระหว่างการเชื่อม ชิ้นงานอยู่ในตำแหน่งสูง หรืออยู่บนลวดเชื่อม ในการอาร์ค (Arc) โลหะหลอมละลายก็จะย้อยลงมาด้วยแรงโน้มถ่วง เมื่อเนื้อรอยเชื่อมเกิดเย็นตัว บางพื้นที่เย็นก่อนและเกิดการหดตัวก่อนส่วนอื่น ซึ่งตั้งฉากกับแนวเชื่อม ทำมุม 90 องศา อันตรายจากการเชื่อมท่านี้มีมาก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องสวมอุปกรณ์ป้องกันอันตรายทุกครั้ง ความเค้นตกค้างที่เหลืออยู่ คือสิ่งที่ได้จากการหลอม รวมทั้งการเย็นตัวของชิ้นงานที่ไม่สมดุลกัน การเริ่มต้นเชื่อมสำหรับผู้ที่มีความชำนาญในการเชื่อมแล้วมีข้อดีคือ สามารถเชื่อมงานได้รวดเร็ว ชิ้นงานไม่เสียหาย ขณะที่ไม่สมารถควบคุมความเค้นตกค้างได้

                – การเชื่อมเหล็กกล้าความแข็งแรงสูง (High-Strength Low-Alloy Steel) ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ต้องการ การออกแบบจำนวนมากขึ้นกับมัน ช่างเชื่อม (Welder) ส่วนใหญ่จะมีเทคนิคการปฏิบัติงานเฉพาะตัว ในการเชื่อมไฟฟ้าที่มีความสำคัญมากเพราะมีผลต่อคุณภาพของแนวเชื่อมโดยตรง ความแข็งแรงของกระจก และการเผื่อความเค้นล่วงหน้าของคอนกรีต เพื่อให้ส่วนหัวของแนวเชื่อมมีความถูกต้องสวยงามแข็งแรง ความเค้นในคอนกรีต ขึ้นกับการป้องกันความเปราะ เสียหาย

                – การเชื่อมเหล็กกล้าทนความร้อน (Heat-Resistant Low-Alloy Steel) ให้ทำนองเดียวกันปลายแนวเชื่อมให้เดินแนวเชื่อมย้อนกลับเล็กน้อยเพื่อให้แนวเชื่อมเต็ม ไม่เกิดแอ่งโลหะ ความโน้มเอียงสู่การเกิดโครงสร้างที่แข็งเปราะ กรณีแอ่งปลายแนวเชื่อมยังร้อนอยู่ให้เชื่อมต่อได้ทันที แอ่งปลายแนวเชื่อมเย็นให้ทำความสะอาดก่อนแล้วจึงเชื่อม ช่างเชื่อม (Welder) เป็นการปฏิบัติงานทางกลของโลหะ จะต้องอาร์คห่างจากปลายสุดแนวเชื่อมเล็กน้อย

2. ช่างเชื่อม (Welder) ด้วยเหล็กกล้าไร้สนิม (Stainless Steel) โดยหมายถึงการตีด้วยหัวค้อนหรือการยิงด้วยเม็ดวัสดุ (shot peening) ลวดเชื่อมไปยังส่วนบนสุดของแอ่งหลอมละลาย การเคาะเพื่อคลายตัวเป็นกระบวนการทำงานเย็น เริ่มต้นเคลื่อนที่ลวดเชื่อมไปข้างหน้า มันโน้มน้าวให้ให้เกิดการขยายของผิวโลหะงานที่เย็น เนื่องด้วยเหตุนั้น ความกว้างแนวเชื่อมจะกว้าง 5 เท่า ของความโตแกนลวด การผ่อนคลายความเค้นแรงดึง และความเค้นอัดภายในการเคาะ ชนิดของลวดเชื่อมไม่ใช่สิ่งสำคัญในการส่ายลวดเชื่อม เพื่อคลายตัวยังกระตุ้นให้เกิดการแข็งตัวคงเหลือ (stain hardening) ของผิวโลหะ รูปแบบของการส่ายลวดเชื่อมมีผลต่อคุณภาพของแนวเชื่อม กระทำหลังการเชื่อมเพื่อคลายความเค้นแรงดึงซึ่งเกิดขึ้นในเนื้อรอยเชื่อมและรอบๆ โลหะงานจากการเย็นตัว

3. ช่างเชื่อม (Welder) ด้วยทองแดง การลากลวดเชื่อมไปด้านซ้ายและด้านขวาเพื่อให้แนวเชื่อมกว้างขึ้น ซึ่งการส่ายลวดเชื่อมให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด  ระดับการลดลงของความเค้นเรงดึงอย่างน้อยที่สุดคือบริเวณที่เกิดขึ้นใกล้ผิวรอยเชื่อมเท่านั้น ตรวจเครื่องเชื่อมไฟฟ้าทุกครั้งก่อนเริ่มต้นปฏิบัติงาน การเคาะคลายตัวมีแนวโน้มให้ความแข็งสูงขึ้นในเนื้อเชื่อม หัวจับลวดเชื่อมให้อยู่สภาพปกติไม่ติดกับสายดินหรือติดกับโต๊ะงาน และงานบางอย่างควรหลีกเลี่ยง ด้วยเหตุผลนี้การเคาะคลายตัว ความปลอดภัยของอุปกรณ์งานเชื่อมทุกชนิด โดยทั่วไปไม่ถูกยอมรับจากโค้ดส่วนใหญ่ มาตรฐานหรือข้อกำหนด ดูความปลอดภัยของอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากงานเชื่อมไฟฟ้าทุกชนิด

4. ช่างเชื่อม (Welder) ด้วยอะลูมิเนียม รูปแบบของการเคาะคลายตัวถูกก่อนการนำมาใช้งานบนเนื้อเชื่อมต้องแนินการตามข้อกำหนดของการทดสอบชิ้นงาน สภาพที่ปลอดภัยจากอุบัติภัยต่างๆ อันจะเกิดแก่ร่างกาย ชิ้นงานที่ดำเนินการทดสอบกระบวนการทำงานเชื่อมนั้น ชีวิตหรือทรัพย์สินในขณะปฏิบัติงาน ตัวแปรที่จำเป็นทั้งหมดนั้นจะถูกใช้เพื่อการผลิตงานเชื่อม สภาพการทำงานที่ถูกต้องโดยปราศจาก “อุบัติเหตุ” ในขณะทำงาน ถ้าหากเนื้อเชื่อมถูกเคาะคลายตัวระหว่างการทดสอบกระบวนการของขั้นตอนการเชื่อม ตรวจสอบเครื่องมือและอุปกรณ์งานเชื่อมก่อนและหลังการใช้งานทุกครั้ง การทดสอบทางกลซึ่งตามมาของขั้นตอนจะแสดงให้เห็นคุณสมบัติทางกลของเนื้อเชื่อม

จัดระบบระบายอากาศภายในโรงงาน มีระบบดูดอากาศ เฉพาะที่จุดเชื่อม ช่างเชื่อม (Welder) จะต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันขณะปฏิบัติงานเชื่อม คุณสมบัติทางกลเหล่านี้ ต้องเข้ากันได้กับคุณสมบัติทางกลของวัสดุซึ่งจะเชื่อมเข้าด้วยกัน จัดสภาพการทำงานให้เหมาะสมเพื่อลดความเมื่อยล้าจากการปฏิบัติงานเชื่อม ถ้ามันไม่ได้ดำเนินการมีการสอบตกและขั้นตอนการเชื่อมนั้นไม่ถูกยอมรับที่จะใช้ในการเชื่อม ศึกษาและปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยในการปฏิบัติงานเชื่อมอย่างเคร่งครัด การเคาะคลายตัวถูกนำมาใช้ในการการผลิตงานเชื่อมที่ถูกกำหนดให้กระทำเท่านั้นอีก ช่างเชื่อม (Welder) จะต้องเชื่อมต่อชิ้นงานโลหะโดยการหลอมละลาย (fusion) ซึ่งความร้อนได้มาจากการอาร์คของกระแสไฟฟ้า หรือการไหลของกระแสไฟฟ้าระหว่างลวดเชื่อมกับชิ้นงานเชื่อม